งานวิจัยนักศึกษาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจเกษตรและการจัดการ

รายละเอียดงานวิจัย
เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ปุ๋ยของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ํามัน ในอําเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่
อาจารย์ที่ปรึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรัตถ พรหมมี
บทคัดย่อ
การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ปุ๋ยของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันในอำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ลักษณะทางสังคมและเศรษฐกิจของเกษตรกรชาวสวน ปาล์มน้ำมัน 2) ลักษณะของสวนปาล์มน้ำมัน และลักษณะการใช้ปุ๋ยของเกษตรกรชาวสวน ปาล์มน้ำมัน 3) ปัจจัยทางการตลาดที่มีผลต่อการใช้ปุ๋ยของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน 4) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางสังคมและเศรษฐกิจ และปัจจัยด้านลักษณะของสวนปาล์มน้ำมัน กับการใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน 5) ปัญหาและอุปสรรคในการใช้ปุ๋ย และการผลิต ปาล์มน้ำมันของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน โดยเก็บข้อมูลจากเกษตรกร 120 ราย วิเคราะห์ข้อมูล เชิงพรรณนา และเชิงปริมาณโดยใช้สถิติไคสแควร์ (χ 2 ) ผลการศึกษาพบว่าเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันร้อยละ 52.5 เป็นเพศชาย มีอายุเฉลี่ย 54.86 ปีมีระดับการศึกษาชั้นประถมศึกษา และส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรส มีสมาชิกในครัวเรือน เฉลี่ย 3.93 คน และมีจำนวนแรงงานในครัวเรือนในการทำสวนปาล์มน้ำมันเฉลี่ย 1.78 คน เกษตรกร ร้อยละ 94.2 เป็นสมาชิกสถาบันเกษตรกร เกษตรกรส่วนใหญ่ร้อยละ 83.3 มีการทำสวนปาล์มน้ำมัน เป็นอาชีพหลัก และร้อยละ 56.7 มีอาชีพรอง มีรายได้ครัวเรือนเฉลี่ย 30,816.67 บาท/เดือน ซึ่งเป็นรายได้ที่มาจากการทำสวนปาล์มน้ำมันเฉลี่ย 12,700 บาท/เดือน และรายได้จากอาชีพรอง 12,095.90 บาท/เดือน เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันร้อยละ 54.2 ไม่มีเงินออม และมีหนี้สินเฉลี่ย 347,559.13 บาท เกษตรกรที่มีหนี้สิน ร้อยละ 68.9 กู้เงินจาก ธ.ก.ส. และร้อยละ 68.9 กู้เงินเพื่อ ลงทุนทำสวนปาล์มน้ำมัน เกษตรกรส่วนใหญ่ทำสวนปาล์มน้ำมันร้อยละ 50.0 เพราะพื้นที่มีความเหมาะสม มีประสบการณ์ในการทำสวนปาล์มน้ำมันเฉลี่ย 24 ปี มีสวนปาล์มน้ำมันเฉลี่ย 1.32 แปลง พื้นที่ สวนปาล์มน้ำมันเฉลี่ย 16.10 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ และเป็นดินร่วนปนทราย เกษตรกร ปลูกปาล์มน้ำมัน ระยะ 9x9x9 เมตร และไม่ยกร่อง เกษตรกรร้อยละ 46.7 ปลูกปาล์มน้ำมัน พันธุ์ลูกผสมเทเนอรา อายุต้นปาล์มน้ำมันเฉลี่ย 17.58 ปี เกษตรกรส่วนใหญ่ร้อยละ 86.7 ตัดแต่ง (2) ทางใบ 1 ครั้งต่อปี และเกษตรกรร้อยละ 40.7 มีการจ้างแรงงาน กิจกรรมที่เกษตรกรส่วนใหญ่จ้าง คือ เก็บเกี่ยวผลผลิต และนำไปขายลานเทเอกชน มีรอบในการเก็บเกี่ยวผลผลิตเฉลี่ย 19.24 วัน/ครั้ง ได้ผลผลิตเฉลี่ย 4.13 ตัน/ครั้ง เกษตรกรขายผลผลิตที่ลานเอกชน เพราะให้ราคาสูง เกษตรกรใช้ปุ๋ย ในสวนปาล์มน้ำมัน 2 รูปแบบคือ ร้อยละ 92.5 ใช้ปุ๋ยเคมีอย่างเดียว และร้อยละ 7.5 ใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับ ปุ๋ยอินทรีย์ เกษตรกรร้อยละ 50.8 ไม่มีการตรวจวิเคราะห์ค่าดินและใบ และร้อยละ 62.7 ใช้ปุ๋ยตาม ค่าวิเคราะห์ดิน สูตรปุ๋ยที่ใช้มากที่สุดคือสูตร 21-0-0 ปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีเฉลี่ย 2.78 กิโลกรัม/ต้น/ปี และมีความถี่ในการใช้ปุ๋ยเคมีเฉลี่ย 2.13 ครั้ง/ปีโดยเกษตรกรร้อยละ 45.0 ซื้อปุ๋ยเคมีจากร้านค้า การเกษตร เพราะคุณภาพเชื่อถือได้ ปุ๋ยอินทรีย์ที่เกษตรกรใช้คือ ปุ๋ยคอก และปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด ใช้ปุ๋ยอินทรีย์เฉลี่ย 22.6 กิโลกรัม/ต้น/ปีและมีความถี่ในการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เฉลี่ย 1.44 ครั้ง/ปี โดยเกษตรกรร้อยละ 44.0 ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง เกษตรกรในสัดส่วนที่เท่ากันได้รับ และไม่ได้รับ การอบรมเรื่องดินและปุ๋ยโดยเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐมีระดับความรู้ความเข้าใจในระดับปานกลาง และส่วนใหญ่นำความรู้ไปปฏิบัติ และเกษตรกรส่วนใหญ่ได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการใช้ปุ๋ย จากญาติ/เพื่อนบ้าน ปัจจัยทางการตลาดที่มีผลต่อการใช้ปุ๋ยของเกษตรกรระดับมากได้แก่ คุณภาพและมาตรฐาน ของปุ๋ยเคมี ราคาปุ๋ย และราคาผลผลิตปาล์มน้ำมัน สถานที่จำหน่ายปุ๋ยใกล้สวน ความน่าเชื่อถือของ แหล่งจำหน่าย และมีปุ๋ยให้เลือกหลากหลาย ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางสังคมและเศรษฐกิจ และปัจจัยด้านลักษณะ ของสวนปาล์มน้ำมันกับความถี่ในการใช้ปุ๋ยเคมีพบว่า การมีอาชีพรอง และประสบการณ์ในการ ทำสวนปาล์มน้ำมัน มีความสัมพันธ์กับความถี่ในการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ α = 0.05 รายได้จากการทำสวนปาล์มน้ำมัน มีความสัมพันธ์กับความถี่ในการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ α = 0.01 และผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางสังคมและเศรษฐกิจ และปัจจัยด้าน ลักษณะของสวนปาล์มน้ำมันกับปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีพบว่า การมีหนี้สิน และประสบการณ์ในการ ทำสวนปาล์มน้ำมัน มีความสัมพันธ์กับปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ α = 0.05 ปัญหาและอุปสรรคในการใช้ปุ๋ย และการผลิตปาล์มน้ำมัน เช่น ราคาปุ๋ยแพง ผลผลิตตกต่ำ ราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ เป็นต้น
ปีการศึกษา 2563