งานวิจัยนักศึกษาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจเกษตรและการจัดการ

รายละเอียดงานวิจัย
เรื่อง การศึกษาความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบในการส่งออกยางแท่งของไทย ไปสาธารณรัฐประชาชนจีน
อาจารย์ที่ปรึกษา คร.อริศรา ร่มเย็น เณรานนท์
บทคัดย่อ
การศึกษาเรื่องการศึกษาความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบในการส่งออกยางแท่งของไทยไปสาธารณรัฐประชาชนจีน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1. เพื่อศึกษาสถานการณ์การผลิตและการตลาดของอุตสาหกรรมยางแท่งของไทย 2. เพื่อศึกษาความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ (RCA) ในการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางแท่งของไทยกับประเทศอินโดนีเซีย ประเทศเวียดนาม และประเทศมาเลเซีย 3. เพื่อ วิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของอุตสาหกรรมยางแท่งของไทย โดยรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจากเอกสาร บทความ รายงานการวิจัยจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ และข้อมูลปฐมภูมิ ซึ่งได้จากการทำแบบสอบถามจากผู้ผลิตยางแท่งจำนวน 7 โรงงาน ผลการศึกษาพบว่า ในด้านการผลิตพบว่า ประเทศไทย และอินโดนีเซีย มีผลผลิตยางพารา รวมกันมากกว่า 2 ใน 3 ของผลผลิตยางพาราโลก โดยประเทศไทย ซึ่งสามารถผลิตยางพาราได้มากที่สุดในโลกต่อเนื่องตั้งแต่ปีพ.ศ. 2534 เป็นต้นมา มีผลผลิตยางพาราในปีพ.ศ. 2558 ประมาณ 4.5 ล้านตัน คิดเป็นประมาณร้อยละ 36 ของผลผลิตยางพาราทั้งโลก โดยในปี พ.ศ. 2562 ประเทศไทย ผลิตยางแท่งมากที่สุดโดยผลิตได้ 1,676,073 ตัน ส่วนในด้านการตลาด พบว่าประเทศไทยสามารถ ส่งออกยางแท่งได้มากที่สุด โดยส่งออกยางแท่งไป 1,518,550 ตัน มีตลาดส่งออกที่สำคัญ คือ ประเทศจีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และยุโรป ในส่วนของความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ พบว่าประเทศไทยมีค่า RCA มากที่สุด อยู่ ระหว่าง 19.56 – 45.42 รองลงมาคือ อินโดนีเซีย โดยมีค่า RCA อยู่ที่ 10.05 – 26.27 อันดับที่ 3 คือ ประเทศเวียดนาม โดยมีค่า RCA อยู่ที่ 4.00 – 32.57 และอันดับที่ 4 คือ ประเทศมาเลเซีย โดยมีค่า RCA อยู่ที่ 10.18 – 14.30 กล่าวคือ ประเทศไทย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศเวียดนาม และ ประเทศมาเลเซีย มีค่า RCA ที่มากกว่า 1 จึงสรุปได้ว่า ทั้ง 4 ประเทศ มีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบในการส่งออกยางแท่งไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในของอุตสาหกรรมยางแท่งของไทย สรุปได้ว่า คุณภาพยางพาราของวัตถุดิบในตลาดภายในประเทศ ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิต คลังเก็บสินค้า ต้นทุนทางการผลิต ปริมาณยางพาราของวัตถุดิบในตลาดภายในประเทศ และเทคโนโลยีในการผลิตยางแท่งของไทย ล้วนเป็นจุดแข็งของอุตสาหกรรมยางแท่งของไทยที่ยังมีอยู่ และไม่มีปัจจัยใดที่เป็นจุดอ่อนของอุตสาหกรรมยางแท่งไทย การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกของอุตสาหกรรมยางแท่งไทย สรุปได้ว่า ความเหมาะสมของคุณภาพยางพาราที่เป็นวัตถุดิบในตลาดโลก สิทธิพิเศษการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ปริมาณยางพาราที่เข้าสู่โรงงานยางแท่งที่เป็นวัตถุดิบในตลาดโลก ความสามารถในการแข่งขันของตลาดภายในประเทศ และอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า ล้วนเป็นโอกาสของ อุตสาหกรรมยางแท่งไทย ส่วนอุปสรรคของอุตสาหกรรมยางแท่งไทย ได้แก่ บทบาทของรัฐในการ แทรกแซงราคาวัตถุดิบ การขยายพื้นที่ปลูกยางเพิ่มขึ้นในประเทศ สถานการณ์การระบาดของโรค ซึ่งทำให้การส่งออกหยุดชะงัก อำนาจการต่อรองของผู้ขายวัตถุดิบในประเทศ สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของตลาดเอเชีย สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของตลาดสหรัฐอเมริกา สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของไทย ภาวการณ์ปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินต่ออุตสาหกรรมยางไทย และอัตรา ดอกเบี้ยเงินกู้ของประเทศคู่ค้า ล้วนส่งผลทำให้เกิดอุปสรรคต่ออุตสาหกรรมยางแท่งไทย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ประเทศจีนนำเข้ายางแท่งกว่าไทยมากกว่าอินโดนีเซียเป็นเพราะประเทศไทยมีโรงงานผลิตยางแท่งขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถผลิตยางแท่งได้ปริมาณมากตามที่จีนต้องการ อีกทั้งบริษัทที่ผลิตยางแท่งของไทยยังมีการจัดตั้งสำนักงานอยู่ในประเทจีนทำให้สามารถซื้อขายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งแตกต่างจากอินโดนีเซียที่โรงงานผลิตยางแท่งส่วนใหญ่จะเป็นโรงงานขนาดเล็ก ทำให้ต้องซื้อจาก หลาย ๆ โรงงาน ทำให้การนำเข้ายางแท่งจากประเทศไทยทำได้สะดวกกว่านำเข้ายางแท่งประเทศ อินโดนีเซีย ข้อเสนอแนะต่อภาคส่วนต่าง ๆ ประกอบด้วย (1) ข้อเสนอแนะต่อภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ การพัฒนา และปรับปรุงเทคโนโลยีในการผลิตยางแท่งให้มีประสิทธิภาพ มีความทันสมัยอยู่เสมอ และการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนภายในประเทศ เพื่อลดสภาวะของการแข่งขันกัน ตัดราคายางพารา (2) ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ ได้แก่ ภาครัฐมีการส่งเสริมการใช้นโยบายต่าง ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่า และเพิ่มศักยภาพในการส่งออกยางแท่งมากยิ่งขึ้น การปรับปรุง และพัฒนาคลังเก็บสินค้าให้มีมาตรฐาน มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น การจัดตั้งศูนย์ข้อมูล เพื่อให้ผู้ที่ต้องการทราบข้อมูล เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย และได้ข้อมูลที่ตรงกัน การมีนโยบายทางการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยางแท่ง ในการลดความผันผวนของค่าเงิน การส่งเสริมการใช้ยางแท่งในประเทศให้มากยิ่งขึ้น และการส่งเสริมการพัฒนาด้านทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยีการผลิต และ (3) ส่วนข้อเสนอแนะต่อเกษตรกรชาวสวนยาง คือ การที่ชาวสวนยางควรผลิตยางดิบที่สะอาด ปราศจากสิ่งเจือปน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปราศจากยางตาย (Vulcanized Rubber) ที่จะเจือปนเข้าสู่โรงงานยางแท่ง เพื่อรักษาคุณภาพในการผลิตยางแท่ง ให้อยู่ในมาตรฐานในการส่งออก
ปีการศึกษา 2563