งานวิจัยนักศึกษาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจเกษตรและการจัดการ

รายละเอียดงานวิจัย
เรื่อง การปรับตัวของเกษตรกรชาวสวนยางขนาดเล็กต่อสถานการณ์ราคายางตกต่ำ ในอำเภอรัตภูมิจังหวัดสงขลา
อาจารย์ที่ปรึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สิริรัตน์เกียรติปฐมชัย
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ลักษณะทางสังคมและเศรษฐกิจของเกษตรกร 2) การจัดการการผลิตและการจำหน่ายยางพาราของเกษตรกร 3) ผลกระทบจากสถานการณ์ราคายางตกต่ำที่มีผลต่อสภาพทางเศรษฐกิจครัวเรือนและการจัดการสวนยางของเกษตรกร 4) การปรับตัวในการประกอบอาชีพของเกษตรกรต่อสถานการณ์ราคายางตกต่ำ และ 5) ปัญหาในการทำสวนยางและแนวทางการปรับตัวในอนาคตของเกษตรกร รวบรวมข้อมูลจากเกษตรกรเจ้าของสวนยางพาราที่มีพื้นที่สวนยางพาราไม่เกิน 50 ไร่ และสวนยางมีการเปิดกรีดแล้วในปี 2554-2563 ในตำบลกำแพงเพชร อำเภอรัตภูมิจังหวัดสงขลา จำนวน 80 ราย วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนาโดยใช้สถิติอย่างง่าย และวิเคราะห์เชิงปริมาณโดยใช้สถิติt (t-statistic) ผลการศึกษาพบว่า เกษตรกรมีอายุเฉลี่ย 47.12 ปีร้อยละ 58.8 มีการศึกษาระดับประถมศึกษา มีสมาชิกในครัวเรือนเฉลี่ย 4.81 คน มีสมาชิกครัวเรือนที่ช่วยทำเกษตรเฉลี่ย 2.45 คน เกษตรกร ร้อยละ 92.5 เป็นสมาชิกสถาบันเกษตรกร/กลุ่ม ร้อยละ 97.5 ทำสวนยางพาราเป็นอาชีพหลัก ร้อยละ 96.2 มีอาชีพเสริม มีรายได้ของครัวเรือนเฉลี่ย 19,125 บาท/เดือน มีรายได้จากสวนยางพาราเฉลี่ย 12,962.5 บาท/เดือน มีรายจ่ายครัวเรือนเฉลี่ย 17,912.5 บาท/เดือน เกษตรกรมีพื้นที่ถือครองทั้งหมดเฉลี่ย 13.61 ไร่ มีปริมาณเงินออมเฉลี่ย 18,660.97 บาท/ครัวเรือน ปริมาณหนี้สินเฉลี่ย 113,507.46 บาท/ครัวเรือน ร้อยละ 40.3 กู้เงินจาก ธ.ก.ส. และเกษตรกรร้อยละ 36.2 กู้เงินเพื่อซื้อปัจจัยการผลิตทางการเกษตร เกษตรกรมีประสบการณ์ในการทำสวนยางพาราเฉลี่ย 20.77 ปี มีพื้นที่สวนยางเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เฉลี่ย 11.8 ไร่ มีพื้นที่สวนยางพาราปัจจุบันเฉลี่ย 10.26 ไร่ เกษตรกรร้อยละ 83.8 ปลูกยางพันธุ์ RRIM 600 ต้นยางที่เปิดกรีดแล้วมีอายุเฉลี่ย 22.33 ปีมีเกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีเฉลี่ย 1.57 ครั้ง/ปี ปริมาณปุ๋ยที่ใช้ เฉลี่ย 42.90 กก./ไร่ มีการกำจัดวัชพืชเฉลี่ย 2.02 ครั้ง/ปี เกษตรกรร้อยละ 60 มีรูปแบบการกรีดยางแบบ กรีด 2 วัน เว้น 1 วัน ร้อยละ 93.8 ขายยางพาราในรูปแบบน้ำยางสด ได้รับปริมาณน้ำยางสดเฉลี่ย 60.3 กก./ครั้ง ได้รับเปอร์เซ็นต์ยางเฉลี่ย 33.02 %DRC ราคาน้ำยางสดสูงสุดที่ได้รับเฉลี่ย 172.72 บาท/กก.(3) ราคาน้ำยางสดต่ำสุดที่ได้รับเฉลี่ย 24.96 บาท/กก. ราคาน้ำยางสดในปัจจุบันที่ได้รับเฉลี่ย 40.52 บาท/กก. ราคาน้ำยางสดที่คิดว่าเหมาะสมเฉลี่ย 66.66 บาท/กก. เกษตรกรร้อยละ 75 ติดตามข่าวราคายางผ่านช่องทางออนไลน์ และเกษตรกรร้อยละ 78.8 ไม่มีการจดบันทึกข้อมูลการผลิตและการจำหน่าย สถานการณ์ราคายางตกต่ำมีผลกระทบต่อสภาพทางเศรษฐกิจครัวเรือน พบว่า รายได้จากสวนยาง จำนวนเงินออม ความถี่ในการออม และจำนวนเงินออมในแต่ละครั้งในช่วงยางราคาตกต่ำ (ปี 2562-2563) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ α = 0.05 ส่วนจำนวนหนี้สินในช่วงยางราคาตกต่ำ (ปี 2562-2563) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ α = 0.05 และมีผลกระทบต่อการจัดการสวนยางของ เกษตรกร พบว่า จำนวนครั้งที่ใช้ปุ๋ย ปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมี จำนวนครั้งในการกำจัดวัชพืช และจำนวนการจ้างแรงงานกรีดของเกษตรกร ในช่วงราคายางสูงช่วงราคายางตกต่ำ (ปี 2562-2563) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ α = 0.05 เกษตรกรทั้งหมดมีการปรับตัวเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเกษตรกรมีการปรับตัว 4 รูปแบบ ได้แก่ ร้อยละ 38.8 มีการลดต้นทุนการผลิตยางพารา ร้อยละ 8.8 มีการใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มผลิตพารา ร้อยละ 90 มีการสร้างรายได้เสริมทางการเกษตรนอกจากยางพารา และร้อยละ 41.3 มีการสร้างรายได้นอกเกษตร เกษตรกรทั้งหมดประสบปัญหาในการทำสวนยางพาราราคายางตกต่ำ เกษตรกรทั้งหมดได้รับความช่วยเหลือหรือการสนับสนุนจากรัฐบาลในโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง เกษตรกรร้อยละ 84.8 มีความต้องการให้ยางพารามีราคาสูงขึ้น หากราคายางพารายังคงตกต่ำ เกษตรกรร้อยละ 70 มีแนวทางการปรับตัวในอนาคตโดยประกอบอาชีพเสริมต่อไป
ปีการศึกษา 2563